เอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ได้เดินทางไปเยือนนครแฮลิแฟกซ์ รัฐโนวาสโกเชีย
วันที่นำเข้าข้อมูล 31 มี.ค. 2563
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 พ.ย. 2565
เมื่อวันที่ 14 -16 กันยายน 2561 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ได้เดินทางไปเยือนนครแฮลิแฟกซ์ รัฐโนวาสโกเชีย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ระหว่างไทย – แคนาดา เพื่อเป็นการสานต่อเป้าหมายด้าน วทน. โดย ออท. ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแด่อาจารย์จาก ม.Dalhousie ได้แก่ Dr. Robert Anderson, Department of Microbiology & Immunology, Faculty of Medicine และ Dr. Raza Abidi, Director of Health Informatics, Faculty of Computer Science เพื่อหารือในรายละเอียดดังกล่าว สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
- การสานต่อความสัมพันธ์ด้านการวิจัยทางการแพทย์
Dr. Anderson ซึ่งมีงานวิจัยร่วมกับอาจารย์จาก ม.ขอนแก่น ม.ธรรมศาสตร์ และ ม. มหิดล
มากว่า 20 ปี เกี่ยวกับโรคไวรัสในระบบทางเดินหายใจ (respiratory syncytial virus) และโรคไข้ดิน (Melioidosis) ที่พบมากในภาคอีสาน ทั้งด้านการรักษาและการผลิตวัคซีนป้องกัน เล่าว่า ม. Dalhousie และ ม. ขอนแก่น ได้มีความร่วมมือมายาวนาน รวมถึงมีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการวิจัยนอกจากนี้ Dr. Anderson ยังได้ช่วยให้แพทย์ไทยได้มาดูงานที่ ม. Dalhousie ภายใต้โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษกของไทย โดยรับเป็น supervisor ของโครงการ ล่าสุด Dr. Anderson ยังเล่าว่า ตนเพิ่งได้เดินทางไปสัมมนาที่ไทยเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ โภชนศาสตร์ และโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย เพื่อหาแนวคิดและขยายขอบเขตความร่วมมือให้มากยิ่งขึ้น
ออท. กล่าวว่าตนตั้งใจที่จะสานต่อและพัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนี้ให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีพื้นฐานความร่วมมือที่มั่นคงอยู่แล้ว และอยากเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากความร่วมมือในการวิจัยนี้ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคม
Dr. Anderson กล่าวว่าแม้ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันศึกษาและวิจัยของแคนาดากับไทยจะดำเนินไปด้วยดี แต่ยังมีอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงในกระบวนการการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกก่อนที่จะสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้ โดยตนหวังที่จะพัฒนาวัคซีนประเภทใหม่ๆ ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เช่นวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis) เป็นต้น
ออท. กล่าวว่าจะพิจารณาหาลู่ทางการจัดหาเงินลงทุนในการทดลองทางคลินิก และสรรหาภาค
ธุรกิจไทยให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการการผลิตในลักษณะ joint venture เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย
- การพัฒนาความร่วมมือจากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้าน IT ในการดูแลผู้ป่วย
Dr. Abidi เป็นผู้มีประสบการณ์ในด้าน IT และด้านการแพทย์ จึงสามารถนำองค์ความรู้จากทั้งสอง
ศาสตร์มาผสานให้เกิดประโยชน์ โดยการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการดูแลผู้ป่วย เพื่อสร้างฐานข้อมูล Big data และการพัฒนา application การดูแลสุขภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ การพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้แพทย์หาวิธีดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด รวมทั้ง ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและโภชนาการ
Dr. Abidi ยังกล่าวถึงแนวโน้มการรักษาในปัจจุบันในลักษณะการแพทย์ส่วนบุคคล (personalized
medicine) คือการเลือกการรักษาทางการแพทย์และการให้ยาในปริมาณที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแบบจำเพาะต่อบุคคล เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด และตั้งเป้าหมายที่จะร่วมทำงานกับภาคเอกชนเกี่ยวกับ Big data
ออท. กล่าวว่าตนมีความสนใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจแรกเริ่ม (Start up) และการนำสินค้า/นวัตกรรมออกสู่ตลาด (Commercialization) และจะพยายามหาช่องทางเชื่อมโยงเป้าหมายการวิจัยของอาจารย์ทั้งสองกับหน่วยงาน/ภาคเอกชนที่ไทย เพื่อให้เกิดผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ อาจารย์ทั้งสองได้เชิญ ออท. เข้าชมห้องทดลองของ ม. Dalhousie เพื่อได้เห็นการทำงานภาคปฏิบัติในโอกาสหน้าต่อไปด้วย ซึ่ง สอท. จะประสานในรายละเอียดต่อไป
Royal Thai Embassy, Ottawa
เวลาทำการ: วันจันทร์ - วันศุกร์ 09:00 - 12.00 น. และ 13:00 - 17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)